ระบบห้องกันเสียง (กำลังเป็นที่นิยม)
ปรึกษาบริการ - สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผนังกันเสียง บ้าน / คอนโด / ห้องประชุม / ห้องดนตรี
โฮมเธียเตอร์ / หอประชุม / โรงแรม / โรงพยาบาล / และงานทุกขนาด
ติดต่อเราได้ที่ 02-947-9495
<คลิกที่นี่บนมือถือ เพื่อโทรทันที>
หรือ
LINE ID : @bunchaihomemart
คลิกที่นี่ เพื่อเพิ่มเพื่อน ติดต่อเราทันที
View on Google Maps
รายละเอียด บริการ ติดตั้งผนังกันเสียง SCG
* คลิกที่รูป เพื่อขยาย
- นวัตกรรมการป้องกันเสียงและลดเสียงก้อง
- เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความเงียบ หรือใช้เสียงได้โดยไม่มีขีดจำกัด เช่น ห้องทำงาน ห้องคาราโอเกะ ห้องซ้อมดนตรี
นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยสร้างพื้นที่ส่วนตัวในบ้าน ด้วยระบบกันเสียงและลดเสียงก้อง (Acoustical Control System) เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความเงียบ หรือสามารถใช้เสียงได้โดยไม่มีขีดจำกัดเช่น ห้องทำงาน ห้องคาราโอเกะ หรือห้องซ้อมดนตรี
ระบบห้องกันเสียง
การออกแบบห้องโฮมเธียเตอร์
จริงอยู่ว่าเครื่องเสียงคุณภาพดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องโฮมเธียเตอร์ แต่การชมภาพยนตร์เรื่องโปรดจะเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น ถ้าหากห้องโฮมเธียเตอร์นั้นๆถูกออกแบบมาได้อย่างถูกต้องตามหลัก และการเลือกใช้วัสดุได้เหมาะสมมาตั้งแต่ต้น ในการออกแบบห้องโฮมเธียเตอร์ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลัก 5 ประการ ได้แก่
- รูปร่างห้องและสัดส่วนห้อง
- การจัดวางตำแหน่งห้อง
- แสงและเงา
- การกันเสียง
- การป้องกันเสียงก้องและเสียงสะท้อน
สัดส่วนห้องดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
เสียงเป็นคลื่นชนิดหนึ่งที่อาศัยตัวกลางในการเดินทาง และเสียงสามารถเคลื่อนที่ไปได้ทุกทิศทุกทาง ด้วยคุณสมบัติของเสียงที่มีความถี่และความยาวคลื่นส่งผลต่อการออกแบบห้อง หากเราออกแบบสัดส่วนห้องได้ไม่เหมาะสม เช่น ออกแบบห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ ลูกบาศก์ ที่มีความกว้าง ความยาว และความสูงของห้องเท่ากัน ปัญหาที่จะพบได้ คือ เสียงเบสที่มีความถี่เท่ากับความยาวห้องจะดังขึ้น และค้างยาวผิดปกติ ซึ่งจะทำให้ผู้ฟังเกิดความรำคาญได้
แล้วสัดส่วนห้องที่ดี คืออะไรล่ะ?
สัดส่วนห้องโฮมเธียเตอร์ที่ดี ง่ายๆ คือ ความสูง : ความกว้าง: ความยาว ต้องไม่สัมพันธ์กัน ยกตัวอย่างเช่น ทำให้ห้องมีความสูง 2.70 เมตร กว้าง 3 เมตร และสูง 3.75 เมตร ซึ่งทุกด้านมีขนาดต่างกัน และหารกันไม่ลงตัว แค่นี้ก็ช่วยลดปัญหาเรื่องความถี่ของเสียงเบสได้แล้ว
การจัดตำแหน่งห้อง
ห้องโฮมเธียเตอร์นั้นจะต้องมีการกันเสียงทั้งผนังและฝ้าเพดาน ถ้าสร้างที่ชั้นล่างจะกันเสียงเพียง 4 ด้านคือผนังทั้ง 4 ด้านเท่านั้นเพราะที่พื้นชั้นล่างไม่จำเป็นต้องกันและฝ้าชั้นล่างมีพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นบนกันเสียงไว้แล้ว แต่ถ้าสร้างไว้ชั้นบนนอกจากจะต้องกันเสียงที่ผนังทั้ง 4 ด้านแล้วยังจะต้องกันบริเวณพื้นชั้นสองและฝ้าเพดานอีกทำใหสิ้นเปลือง จึงแนะนำให้สร้างห้องโฮมเธียเตอร์ที่ชั้นล่างมากกว่าชั้นบน
ในการวางตำแหน่งห้องโฮมเธียเตอร์ ควรติดกับพื้นที่ที่ไม่ต้องการความเงียบมากนัก เช่น โถง บันได ห้องเก็บของ ทางเดิน ครัว ไม่ควรติดกับห้องนอน เนื่องจากห้องนอนเป็นห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง
แสงแดด และเงา...ไม่รบกวนทัศนวิสัยเวลามองไปที่จอภาพ
การวางจอทีวีถือเป็นสิ่งสำคัญ หากเราวางตำแหน่งจอทีวีและที่นั่งตามแบบในรูป ปัญหาที่ตามมาคือ อาจเกิดเงาสะท้อนจากหน้าต่างทางด้านหลังขึ้นบนหน้าจอ ทำให้รบกวนสายตา และเสียอรรถรสในการดูหนังเรื่องโปรด
วิธีแก้ปัญหา มีอยู่หลายวิธี เช่น ปรับผังเฟอร์นิเจอร์ใหม่ หรือ เอียงจอทีวี แต่วิธีง่ายๆ แบบไม่ต้องเสียเวลาปรับผังเฟอร์นิเจอร์ใหม่ก็แค่การนำผ้าม่านมาติดที่หน้าต่าง เท่านี้ก็ช่วยป้องกันแสงและเงาได้ หรือจะให้ดีควรเลือกผ้าม่านหนาๆ หรือเลือกเป็นผ้าม่านแบบ Black Out ที่กันแสงได้ 100% เท่านี้ก็หมดปัญหา
ตัวอย่างผ้าม่านแบบ Black Out
การกันเสียง
เสียงจากภายในห้องไม่รบกวนเพื่อนบ้าน เสียงจากภายนอกไม่เล็ดรอดเข้าสู่ภายใน
จะทำอย่างไรไม่ให้เสียงในห้องของเราไปรบกวนเพื่อนบ้าน และเสียงจากภายนอกก็ไม่ดังเข้ามาถึงในห้อง สำหรับการแก้ปัญหานี้ทำได้ง่ายๆ ด้วยการสร้างกรอบข้องห้องให้สามารถกันเสียงได้ ซึ่งกรอบของห้อง ก็คือ ฝ้าเพดาน, พื้น, ผนัง, ประตู และหน้าต่างนั่นเอง โดยส่วนที่ควรเน้นเป็นพิเศษก็คือ ฝ้าและผนัง ถ้าบ้านคุณเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และอยากทำห้องโฮมเธียเตอร์ที่ชั้น 1 ก็สามารถทำฝ้าเพดานกันเสียงได้ด้วยการปูฉนวนใยแก้วที่ความหนา 5 ซม. (2 นิ้ว) บนฝ้าเพดาน เท่านี้ก็จะได้ฝ้าเพดานกันเสียงชั้นดีแล้ว

แต่ถ้าต้องการจะทำห้องโฮมเธียเตอร์ที่ชั้น 2 ซึ่งด้านบนห้องเป็นโครงสร้างหลังคาแล้วละก็ ฝ้าเพดานกันเสียงอาจจะต้องแพงขึ้น เพราะต้องใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดที่หนาและมีหลายชั้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะไม่คุ้มเท่าไรนัก ดังนั้นจึงทำห้องโฮมเธียเตอร์ที่ชั้น 1 ของบ้านจะสะดวกและคุ้มค่ามากกว่า
ตัวอย่างการกรุแผ่น Cylence รุ่น Zanderaในห้องซ้อมดนตรี
ผนังกันเสียงทำอย่างไร?
ผนังบ้านทั่วไปที่เราใช้กันในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่เป็นผนังก่ออิฐมอญฉาบปูน 2 ด้าน ซึ่งก็สามารถกันเสียงได้ดีพอสมควร แต่สำหรับห้องคาราโอเกะหรือห้องโฮมเธียเตอร์แล้วการใช้ผนังดังกล่าวอาจจะไม่เพียงพอต่อการกันเสียง เพราะเวลาเราดูหนังอาจจะเปิดเสียงดังถึง 90-100 เดซิเบล ซึ่งดังมากผนังก่ออิฐฉาบปูนคงกันไม่อยู่แน่ การแก้ไขปรับปรุงให้ผนังเดิมให้กันเสียงได้ดีขึ้น สามารถทำได้โดยใช้ฉนวนใยแก้ว ความหนา 5 ซม. ขึ้นไป กรุกับผนังก่ออิฐฉาบปูนเดิม แล้วปิดทับด้วยไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด เท่านี้ก็สามารถกันเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว
เสียงไม่ก้อง
ไม่สะท้อน
อีกหนึ่งปัญหาที่พบเป็นประจำก็คือ
เรื่องของเสียงก้องและเสียงสะท้อนภายในห้องที่เกิดจากการเลือกใช้วัสดุที่มีผิวเรียบ
อย่างเช่น กระจก ยิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบ ผนังก่ออิฐฉาบปูนทาสี กระเบื้องเซรามิค
วัสดุเหล่านี้มีค่าการดูดซับเสียง (Absorption Coefficient) ต่ำมาก
แต่ค่าการสะท้อนเสียงสูงมากๆ วิธีแก้คือ
ให้ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติในการดูดซับเสียงนำมากรุบนผนังหรือฝ้าเพดาน
ซึ่งการติดตั้งในปริมาณที่เหมาะสมและตำแหน่งถูกต้อง
ก็จะช่วยลดเสียงก้องและเสียงสะท้อนได้แล้ว
การดูดซับเสียงบริเวณฝ้าเพดาน อาจทำได้โดยใช้แผ่นฝ้าอะคูสติก Cylenceรุ่น Armaxหรือรุ่น Wonderyเพื่อกำจัดเสียงสะท้อนจากฝ้าเพดาน

การดูดซับเสียงบริเวณผนัง อาจทำได้โดยใช้แผ่นบุอะคูสติก Cylenceรุ่น Zanderaเพื่อกำจัดเสียงสะท้อนบริเวณผนัง

แผ่นAcousticดูดซับเสียง Cylenceรุ่น Zanderaสำหรับกรุบนผนังเพื่อดูดซับเสียง
ตัวอย่างการกรุแผ่น Cylenceรุ่น Zanderaในห้องคาราโอเกะ/ ห้องทำงาน
นอกจากนี้ ก็ยังมีวิธีประหยัดงบ คืออาจจะใช้พรมหนาๆ หรือ ผ้าหนาๆ
รวมถึงโซฟาที่หุ้มด้วยผ้ามาตกแต่งห้อง เพราะวัสดุเหล่านี้จะดูดซับเสียงได้บ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม ค่าการดูดซับเสียงย่อมไม่ดีเท่าแผ่น Acoustic ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
ส่วนเรื่องตำแหน่งการติดตั้งแผ่นดูดซับเสียงนั้น ให้กรุตรงบริเวณด้านข้างและด้านหลังห้องเป็นหลัก ด้านทีวีไม่มีความจำเป็นนักที่จะต้องกรุ

